วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เพลงให้แม่

ฝีมือการทำครั้งแรก อิอิ ตื่นเต้นจังเลย ขอมอบให้แม่น้อยของลูกเจิน ขอพระเจ้าอวยพรแม่น้อยตลอดไป อยู่กกับลูกคนนี้นานๆนะจ้ะแม่จ๋า

วันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2553

บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม


เป็นบ่อน้ำร้อนริมแม่น้ำกก ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของที่ทำการ อช. ลำน้ำกก เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวล่องเรือตามลำน้ำกกมานาน มีทิวทัศน์สวยงามร่มรื่น ในหน้าแล้งจะมีโปรแกรมขี่ช้างเที่ยว โดยช้างจะพาข้ามลำน้ำกกไปยังบ่อน้ำร้อน บริการให้แช่น้ำแร่ บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยมเป็นบ่อน้ำร้อนขนาด เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 ม. มีน้ำร้อนผุดขึ้นมาช้าๆจากนั้น จะไหลเป็นห้วยเล็กๆไปยังบ่อซีเมนต์ที่ทำไว้สำหรับให้ลงแช่โดยเฉพาะ บ่อน้ำร้อนมีอุณหภูมิ 67 องศาเซลเซส มีแร่ธาตุฟลูออไรด์ ไนเตรด ซัลเฟต ไอโอดีน ในระดับที่ไม่เป็นอันตราย มีห้องอาบน้ำส่วนตัว 30 ห้อง และมีสระน้ำอุ่นแบบแช่รวม มีบ้านพักติดน้ำกกจำนวนสามหลัง ลานกางเต็นท์พักแรม ห้องน้ำ และมีร้านอาหาร เครื่องดื่ม ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว

การเดินทาง
- รถยนต์ส่วนตัวใช้เส้นทางเดียวกับไปหาดเชียงรายขับรถตรงจากสี่แยกเด่นห้า ผ่านพิพิธภัณฑ์อูบคำ เมื่อถึงบ้านฮ่องลี่เลี้ยวซ้ายก่อนถึงวัดเม็งรายมการาชประมาณ 100 ม. จะบรรจบกับสามแยก ให้เลี้ยวขวาไปตาม ถ. โยธาธิการไปบ้านป่างิ้ว บ้านดอยฮาง มีป้ายบอกทางไปน้ำตกห้วยแก้ว ระยะทาง 20 กม. สภาพถนนค่อนข้างแคบลัดเลาะขึ้นเขาขนานไปกับลำน้ำกก ผ่านบ้านผาเสริฐ บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยมอยู่สุดถนนลาดยางพอดี
- รถรับจ้าง เหมารถจากตัวเมืองเชียงราย ที่ท่ารถหน้าตลาดสดเชียงราย
- เรือหางยาว ใช้บริการเรือล่องแม่น้ำกก หรือเช่าเหมาลำที่ท่าเรือเชิงแม่ฟ้าหลวง บอกคนขับว่าไปบ่อน้ำร้อน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก
http://www.chiangraifocus.com/travelView.php?id=96&aid=1







วันพุธที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2553

คุณชอบ The Star 6 คนไหน



1. เกด จิณภัค  เปียกลิ่น


















2. ไอซ์ ณัฐพัชร์   ธนนนท์กิตติยศ


















3. กัน นภัทน  อินทร์ใจเอื้อ



















4. เก่ง  วาโย  อัศวรุ่งเรือง



















5. เซน  ปฏิภาณ   หล่อเสถียร



















6. โตโน่ ภาคิน   คำวิลัยศักดิ์



















7. เกรซ  นวกชมณ   ชื่นครองธรรม



















8. ริท  เรืองฤทธิ์   ศิริพานิช


















ช่วยเลือกหน่อยนะจ้ะ

Mini Strawberry Tart


ส่วนผสมแป้งทาร์ต :



แป้งอเนกประสงค์ 1 1/4 ถ้วยตวง


น้ำตาลบด หรือน้ำตาลไอซิ่ง 1/4 ถ้วยตวง


เนยเค็ม 60 กรัม (หั่นเป็นชิ้นลูกเต๋า)


น้ำตาลทราย 400 กรัม


ไข่ไก่ 1 ฟอง (ตีให้ไข่แดง ไข่ขาวพอเข้ากัน)


ส่วนผสมครีมคัสตาร์ด :
แป้งข้าวโพด 2 ช้อนตวง


น้ำตาลบด 1/4 ถ้วยตวง


นำเข้าเตาอบโดยใช้อุณหภูมิ


ไข่ไก่ 1 ฟอง


นมจืด 1/2 ถ้วยตวง


เนยเค็ม 1 ช้อนตวง


วานิลลา 1/2 ช้อนชา


วิปปิ้งครีม 1 ถ้วยตวง


สตรอเบอรี่สด
วิธีทำแป้งทาร์ต :

ร่อนแป้งอเนกประสงค์กับน้ำตาลบดหรือไอซิ่ง และเกลือลงในชามผสมใบใหญ่ ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน


ผสมเนยลงไป ใช้ที่ตัดแป้งบี้เนยให้เข้ากับแป้งให้เป็นเม็ดๆ แล้วเกลี่ยตรงกลางเป็นหลุม ใส่ไข่ไก่ลงไปผสมให้เข้ากัน


ขยำแป้งให้เป็นก้อนยังไม่ต้องนวดแป้งมาก ห่อพลาสติกใสแช่ช่องแข็ง 20 นาที ระหว่างนี้เตรียมพิมพ์ถ้วย 10 ถ้วย ทาเนยไว้


เมื่อครบเวลา นำก้อนแป้งออกมาคลึงบนพื้นโต๊ะที่โรยแป้งไว้ (ขณะทำถ้าแป้งเริ่มเหนียวให้โรยแป้งเพิ่มเล็กน้อย ควรทำการรีดแป้งและกรุพิมพ์ถ้วยในห้องแอร์)


ตัดแป้งที่รีดเป็นแผ่น ให้ใหญ่กว่าพิมพ์ถ้วยเล็กน้อย แล้วกรุลงในถ้วย กดให้แนบไปกับถ้วย แต่ห้ามยืดหรือดึงแป้ง ใช้ส้อมจิ้มให้ทั่ว ทำให้ครบ 10 ถ้วย แล้วนำไปแช่เย็น 15 นาที ระหว่างนี้ เปิดเตาอบเตรียมไว้ที่ 200 C


นำพิมพ์ถ้วยออกจากตู้เย็นแล้ววางบนถาดรองอบ นำเข้าอบ 15 นาที แล้วจึงนำออกมาทิ้งไว้ให้เย็น

วิธีทำครีมคัสตาร์ด :


ผสมแป้งข้าวโพด ไข่ เนยและนมลงในหม้อ นำไปต้ม ต้องคนตลอดเวลา จนส่วนผสมข้นเหมือนคัสตาร์ด เติมวานิลลาลงไปผสมให้เข้ากัน แล้วยกลงจากเตา ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วปิดทาบหน้าคัสตาร์ดด้วยพลาสติคใส นำเข้าแช่เย็นจนเย็น


เตรียมอุปกรณ์ตีวิปปิ้งครีมแช่ช่องแข็งไว้ เมื่อครีมคัสตาร์ดเย็นแล้วจึงเริ่มตีวิปปิ้งครีมจนฟูตั้งยอดเริ่ม ๆ แข็ง แล้วนำมาตะล่อมให้เข้ากับครีมคัสตาร์ด ตักใส่ถุงบีบ ไปบีบใส่แป้งทาร์ตที่เย็นแล้ว


สตรอเบอรี่ ล้างสะอาด ตัดใบออก แล้วนำมาวางคว่ำลงบนหน้าคัสตาร์ด แช่ตู้เย็นไว้ก่อนจนกว่าจะทาน














ครั้งสุดท้าย ที่คุณกอดแม่เมื่อไหร่?

ถ้าให้จัดเรียงความสำคัญของ "ผู้หญิง"


ในชีวิตเรามาสามอันดับแรก น่าเป็นดังนี้

อันดับที่หนึ่ง คือ "แม่"

อันดับที่สอง คือ "แม่"

อันดับที่สาม คือ "แม่”

ใช่ครับ ผมกำลังจะพูดถึง "แม่"

สิ่งที่เราทุกคนรู้กันดีอยู่แล้ว แต่ว่าอาจมีบ้างบางครั้งที่เราหลงลืมไป

จนขาดความใส่ใจกับบุคคลใกล้ตัวท่านนี้

จำได้ไหมครับ ครั้งสุดท้ายที่คุณกอดแม่น่ะเมื่อไหร่?

อย่าบอกนะว่า คุณอายุมากเกินไปแล้ว...เป็นไปไม่ได้

ไม่มีใครแก่เกินกว่าจะกอดแม่หรอก

ผมอยากอวดแม่ของผมครับ

แม่ผมเป็นคนบ้านนอก เชยๆ ผมชอบนั่งแอบมองแม่เวลาแกเผลอ

หล่อนอยากทำอะไร ผมก็ปล่อยให้แกทำ

ล่าสุดนี่เธอเหยาะน้ำยาปรับผ้านุ่มลงไปในน้ำ

สุดท้ายของการอาบน้ำให้หมาด้วย

ด้วยเหตุผลของคนซื่อ คือเธอบอกว่า ทำตั้งหลายครั้งแล้ว

ก็ไม่เห็นหมามันบ่นอะไร

แม่ผมเรียนมาน้อย

เรียกว่าไม่ได้เรียนเลยก็เกือบจะว่าได้ เธอศึกษาทุกอย่างด้วยการจำ

เห็นเขาพูดเขาทำอะไรในโฆษณา ก็พยายามเอามาใช้กับลูกชาย

ครั้งหนึ่งผมน้ำเข้าหู …

เธออวดภูมิด้วยการบอกให้ผมใช้ไม้สำลีเช็ดหูของจอห์นสันไมโครบัส

ผู้หญิงคนเดียวกันนี้เอง ที่ลากครกกับสากกะเบือออกไปตำน้ำพริกมะม่วงนอกบ้าน

เพราะเห็นลูกชายกำลังนอนหลับอยู่ในบ้าน

ไม่ใช้ตำแค่นอกบ้านนะ แต่เธอออกไปตำนอกรั้วบ้านเลยทีเดียว

ผมกับแม่ ทุกวันนี้เราอาศัยอยู่ด้วยกันที่ต่างจังหวัด

ทุกครั้งที่ผมขับรถเข้ามาคุยงานในกรุงเทพฯ

เธอยังคงทำกับข้าวใส่กล่องมาให้ผมกินอยู่เสมอ

และเธอไม่เคยลืมที่จะเด็ดดอกจำปีหน้าบ้านมาใส่ในกล่องข้าวด้วยทุกครั้ง

ผมตื้นตัน แต่! แม่ครับ

ผมอยากจะบอกแม่ว่า...ดอกจำปีมันไม่อร่อยเลยครับ

เมื่อไม่นานมานี้ครอบครัวของเราได้มีวาสนาไปออกรายการโทรทัศน์

รายการ "เจาะใจ"

ผมบอกแม่ว่า "นี่เธอ ชั้นจะพาเธอไปออกโทรทัศน์นะดีใจไหม"

แม่อิดออด แบ่งรับแบ่งสู้ "ไม่เอาดีกว่ามั๊งลูกเดี๋ยวเขาถามอะไรแล้วแม่ตอบไม่ได้"

"แม่ครับ รายการเขาไม่ได้มีสิบหกคำถาม สามตัวช่วย

ถามใครก็ได้ ตอบได้สองครั้ง หรือว่าเปลี่ยนคำถาม ถึงแม่จะตอบผิด

เกมส์เขาก็ไม่ได้จบลงทันทีซะเมื่อไหร่ นะแม่นะ ไปด้วยกันเถอะนะ"

"ไม่เอาหรอก แม่ไม่ไปดีกว่า" แม่ผม

"เอาน่าแม่ ไปด้วยกันเถอะ" ผม

"ไว้ถึงวันนัดก่อนแล้วกัน แม่จะให้คำตอบ" แม่ผม

แล้วคำตอบของแม่ก็คือ การตื่นไปทำผมตั้งแต่มืด

ร้อยวันพันปี เธอเคยเข้าร้านเสริมสวยกับเขาซะที่ไหน

แต่ผมก็รู้ดีว่าเธอไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง...

เธอทำเพื่อชายไทยทั้งประเทศต่างหาก!!!!!!!!!!

เรื่องราวแม่มีมากมายไม่รู้จบ

เป็นนิทานให้เรานั่งมองได้ไม่รู้เบื่อ ถ้าเราจะหาเวลาว่างๆ

นั่งลอบมองดูเธอคนนั้นบ้างเท่านั้นเอง

ผมเชื่อว่า แม่ของพวกเราทุกคนมีมุมน่ารัก

ให้เราได้อมยิ้มอยู่เสมอ

เป็นเรื่องน่าแปลก

ที่เรามักจะรู้กันอยู่ในใจว่าเรารักผู้หญิงคนนี้

แต่ทว่าเรากลับนั่งกินข้าวกับเธอน้อยกว่าผู้หญิงคนอื่นๆซะอีก

เราถูกสอนมาให้รักแม่

แต่เรากลับซื้อของขวัญให้คนอื่น บ่อยกว่าซื้อให้แม่ของเราซะอีก

เดี๋ยวนี้ผมอายุมากขึ้น แม่ก็อายุมากกว่าเราอีกเท่าตัว

ผมยังคงนั่งแอบมองแม่อยู่ แม่ผมแก่ลงไปมาก

หล่อนจะมีเวลามาโพสต์ท่าให้เรานั่งแอบมองได้อีกสักกี่ปี

บนโลกกลมๆ ใบนี้

ผมมัวแต่วิ่งวนเร็วจี๋จนแทบจะชนหลังตัวเองอยู่ร่อมร่อ

ตลอดเวลาเราไขว่คว้าหาอะไรอยู่ก็ไม่รู้ จนเกือบลืมผู้หญิงคนนี้

กว่าจะนึกขึ้นมาได้ เวลาก็ผ่านไปมากมาย

ถ้าบทความนี้ สะกิดให้ใครนึกถึงแม่ขึ้นมาได้มั่งล่ะก็

ขอร้องล่ะ อย่าทำได้แค่นั่งมองแม่

เพราะเกรงว่า. . . เพียงแค่นั้นจะไม่ทันการณ์

เวลาไม่ได้มีเหลือเฟือ… เวลาไม่ได้มีอยู่จริง

สิ่งที่เรามี มันเป็นแค่นาฬิกา มันเป็นแค่ปฏิทิน

เวลาที่แท้จริงมันเป็นของวัฏจักรเขา

เพราะฉะนั้น เรามาเตรียมคำตอบกันเอาไว้ดีกว่า

เผื่อมีใครถามเราว่า ครั้งสุดท้ายที่กอดแม่นะมันเมื่อไหร่

เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลามานั่งเอียงคอ นึกกันอีกว่า…

ครั้งสุดท้ายที่คุณกอดแม่น่ะเมื่อไหร่?

มาฟังเพลงวันแม่กัน

วันแม่ก็ใกล้จะมาถึงแล้วนะคะเพื่อนๆ
อย่าลืมนึกถึงแม่ผู้แสนดีของเราทุกคนด้วยนะ
ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ห่างไกลแค่ไหนแต่เชื่อว่ายังงัยเราก็ยังผูกพันและคิดถึงแม่ของเราเสมอ
ขอให้วันแม่ปีนี้เป็นวันแม่ที่มีความหมายสำหรับเพื่อนๆทุกคนนะคะ

แม่


ในสังคมต่าง ๆ ทั่วโลกให้ความสำคัญกับ "ความเป็นแม่" และคำเรียกผู้ที่ให้กำเนิดสมาชิกใหม่ของแต่ละสังคมส่วนใหญ่จะเป็นคำแรกที่เด็กสามารถเปล่งเสียงได้ก่อน "แม่" ดังนั้นความหมายของคำว่า "แม่" ทุกภาษาและวัฒนธรรมจะมีคุณค่าอย่างมาก และหากสังเกตจะพบว่า "แม่" เป็นเสียงที่เด็กสามารถเปล่งได้อย่างง่าย และเป็นคำแรกที่สามารถออกเสียงนั้นได้อย่างมีความหมาย

นักภาษาศาสตร์ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า คำว่า "แม่" ของทุก ๆ ภาษา มาจากการออกเสียงของเด็ก โดยคำขึ้นต้นด้วยพยัญชนะริมฝีปากคู่ (Bilabial) ได้แก่ ม , พ , ป ,บ หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นพยัญชนะชุดแรกที่เด็กสามารถทำเสียงได้ โดยการใช้ริมฝีปากบนและล่าง ดังเช่น

ภาษาไทย เรียก แม่


ภาษาจีน เรียก ม๊ะ หรือ ม่า


ภาษาฝรั่งเศส เรียก la mere (ลา แมร์)


ภาษาอังกฤษ เรียก mom , mam


ภาษาโซ่ เรียก ม๋เปะ


ภาษามุสลิม เรียก มะ


ภาษาไท เรียก ใต้คง เม เป็นต้น



"แม่" เป็นคำโดดหรือคำไทยที่บ่งบอกความสัมพันธ์อันอบอุ่นลึกซึ้งระหว่างผู้หญิงกับลูก แม่ หมายถึง ผู้มีพระคุณ ผู้ให้กำเนิด ให้น้ำนมลูกดื่มกิน ให้ความรักความเมตตาและปกป้องดูแลลูกจนเติบใหญ่ คำว่า "แม่" มักถูกนำไปใช้ร่วมกับคำอื่น ๆ โดยมีความหมายแตกต่างกันออกไป พอจะแบ่งแยกออกได้เป็นประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1. แม่ ในฐานะเป็นคำที่ใช้แบ่งแยกเพศและบ่งบอกบทบาท ฐานะ สถานภาพและอากัปกิริยาของผู้หญิง เช่น แม่… (น.) : คำเรียกหญิงทั่วไป เช่น แม่นั่น แม่นี่ ; แม่ค้า (น.) : ผู้หญิงที่ดำเนินการค้าขาย ; แม่ครัว (น.) : หญิงผู้ดูแลครัว หุงหาอาหาร ; แม่คู่ (น.) : นักสวดผู้ขึ้นต้นบท ; แม่นม (น.) : หญิงผู้ให้นมเด็กกินแทนแม่ ; แม่บ้านแม่เรือน (น.) : หญิงดูแลบ้านเรือน ; แม่แปรก (น.) : หญิงผู้จัดจ้านหรือเป็นหัวหน้ากลุ่ม ; แม่มด (น.) : หญิงหมอผี หญิงคนทรง หญิงเข้าผี ; แม่ยาย (น.) : คำเรียกแม่ของเมีย ; แม่ม่าย (น.) : หญิงที่มีผัวแล้วแต่ผัวตายหรือเลิกร้างกันไป ; แม่ยั่วเมือง (น.) : คำเรียกพระสนมเอกแต่โบราณ ; แม่ย้าว (น.) : หญิงผู้เป็นแม่เรือน ; แม่รีแม่แรด (ว.) : ทำเจ้าหน้าเจ้าตา ; แม่แรง (น.) : หญิงผู้เป็นกำลังสำคัญในการงาน, เครื่องดีดงัดหรือยกของหนัก ; แม่เลี้ยง (น.) : เมียของพ่อที่ไม่ใช่แม่ตัว, หญิงที่เลี้ยงลูกบุญธรรม ; แม่เล้า (น.) : หญิงผู้กำกับควบคุมดูแลซ่องโสเภณี ; แม่สื่อแม่ชัก (น.) : ผู้พูดชักนำให้หญิงกับชายรักกัน ; แม่อยู่หัว (น.) : คำเรียกพระมเหสี เป็นต้น
2. แม่ เป็นคำที่ใช้บ่งบอกฐานะของผู้ปกป้องคุ้มครอง เช่น แม่ย่านาง (น.) : ผีผู้หญิงผู้รักษาเรือ นางไม้ ; แม่ซื้อ, แม่วี (น.) : เทวดาหรือผีที่คอยดูแลทารก เป็นต้น
3. คำว่า แม่ ยังถูกนำมาใช้เรียกผู้เป็นหัวหน้าหรือเป็นนาย บ่งบอกฐานะของผู้มีอำนาจในการกำกับดูแลและควบคุม เช่น แม่กอง แม่ทัพ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ความหมายหลักของคำว่า แม่ ก็คงหนีไม่พ้นการเป็นผู้ให้ชีวิตหรือหญิงผู้ให้กำเนิดบุตร หญิงผู้ปกป้องคุ้มครองและดูแลรักษา สังคมไทยยังใช้คำว่าแม่ตามความหมายนี้เรียกสิ่งดีงามตามธรรมชาติอื่น ๆ เพื่อยกย่องเทอดทูนในฐานะผู้ให้กำเนิดและหล่อเลี้ยงชีวิต เช่น แม่น้ำ แม่โพสพ แม่ธรณี เป็นต้น ความหมายของคำว่าแม่ในลักษณะเช่นนี้แสดงให้เห็นชัดอย่างชัดเจนว่าสังคมไทยแต่โบราณมายกย่องและให้เกียรติสตรีเพศผู้เป็นแม่ ตระหนักในบทบาทหน้าที่และบุญคุณของแม่ต่อชีวิตของลูก ๆ ตลอดมาทุกยุคทุกสมัย
ในบริบทของสังคมวัฒนธรรมไทย แม่ คือ ผู้เสียสละความสุขส่วนตนเพื่อลูก ๆ คอยดูแลเอาใจใส่และประคบประหงมลูกจนเติบใหญ่ ความรักของแม่ถือว่าเป็นความรักที่บริสุทธิ์ สังคมไทยมักพูดถึงแม่ในฐานะของผู้ที่รักลูกยิ่งชีวิต พร้อมจะตกระกำลำบากเพื่อลูกของตนโดยไม่สำนึกเสียใจ นางจันทร์เทวีถูกขับออกจากเมือง ต้องระเหเร่ร่อนไร้ที่ซุกหัวนอนเพราะคลอดลูกเป็นหอยสังข์ แต่นางก็ยังรักและเฝ้าทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยงโดยไม่เคยคิดรังเกียจเดียดฉันท์แม้แต่สัตว์อย่างนางนิลากาสร ก็ยังรักและหวงแหนลูกอย่างทรพี ปกป้องลูกของตนมิให้ถูกฆ่าดังเช่นลูกของตัวอื่น ๆ
แม้ว้าโดยทั่วไปแล้ว คำว่า "แม่" จะบ่งบอกความหมายของการเสียสละ ความรักและความผูกพันที่ผู้หญิงที่มีต่อลูกของตน แต่การที่สังคมไทยมีลักษณะวัฒนธรรมเฉพาะที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละชนชั้น ทำให้ความหมายของการเป็นแม่ ตลอดจนบรรทัดฐาน แบบแผน พฤติกรรมและบทบาทฐานะของผู้หญิงในวัฒนธรรมของแต่ละชนชั้นย่อมแตกต่างกันไป


















อาหาร ลด โคเลสเตอรอล

รู้หรือไม่ว่าการเลือกรับประทานอาหาร เป็นรากฐานสำคัญในการป้องกัน และ รักษาภาวะโคเลสเตอรอลสูงในเลือด ดังนั้น ถ้าเราเข้าใจและเลือกรับประทานอาหารอย่างถูกต้อง โรคร้ายต่างๆ ที่มีส่วนประกอบจากโคเลสเตอรอลสูง อย่างโรคหลอดเลือดแดง หรือหัวใจขาดเลือด ฯลฯ ก็ไม่มากล้ำกลายสุขภาพของเราได้ง่ายๆ แน่นอนค่ะ

ถ้าอย่างนั้น มาดูการบริโภคอาหาร ที่ถูกวิธีการค่ะ
1. อาหารประเภทเนื้อสัตว์ติดมัน เครื่องใน ไข่แดง ควรหลีกเลี่ยงค่ะ อย่าทานให้มากนัก เพราะนี่คือโคเสลเตอรอลทั้งนั้น ซึ่งโดยทั่วไปเราควรได้รับคอเลสเตอรอลไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อวันเท่านั้นพอค่ะ
2. เลือกรับประทานอาหารที่ให้พลังงาน ให้เพียงพอความต้องการของร่างกายเราต่อวันค่ะ ซึ่งควรจะได้รับ 20.0 - 24.9 กิโลกรัม ต่อวัน โดยให้ดูจากน้ำหนักของเรานี่ล่ะค่ะ ให้นำน้ำหนัก (กก) ของคุณ หารด้วยส่วนสูง (เมตร) ยกกำลัง2ค่ะ ผลลับเท่าไหร่นั่นล่ะค่ะ คือความต้องการพลังงานของคุณในแต่ละวัน ( ลองมาดูตัวอย่างกัน เช่น ถ้าใครมีน้ำหนัก 50 กิโลกรัม ส่วนสูง 1.5 เมตร จะได้ดัชนีความหนาของร่างกาย = 50/(1.5)2 = 22.2 กก./ตารางเมตร แสดงว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ )
3.หลีกเลี่ยงอาหารประเภท กะทิ หนังสัตว์ หรือเนื้อสัตว์ที่ติดมันมากๆ เพราะอาหารพวกนี้ นำพาไขมันอิ่มตัวที่มีอันตรายต่อร่างกายตามมามากมายค่ะ
4. เลือกรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง
จำพวก น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันทานตะวัน เพราะเหล่านี้อุดมไปด้วยกรดไขมันจำเป็น ที่ร่างกายเราต้องการ แต่ทั้งหมดนี้ ถ้าคุณมีโคเลสเตอรอลในเลือดสูง ซึ่งเป็นผลมาจาก กรรมพันธุ์ หรือโรคบางชนิดนั้น วิธีการบำบัดที่ถูกต้อง นั่นคือ ใช้ยาลดโคเลสเตอรอล ควบคู่ไปกับ การรับประทานอาหารให้ถูกต้อง หรือที่เค้าเรียกกันว่า โภชนบำบัด จะทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาดีขึ้น มากกว่าการใช้ยาเพียงอย่างเดียวค่ะ

แด่...คนไม่ชอบกินผัก

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบทาน "ผัก" เรามีทางออกง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณกลืนผักได้คล่องคอมากขึ้นมาฝากกัน

ค้นหาผักที่คุณชอบในโลกนี้มีผักอยู่หลากหลายชนิด ลองค่อย ๆ ค้นหาผักที่คุณชื่นชอบดูไม่ว่าจะอยู่ในรูปของผักดอง แช่แข็ง หรือแม้กระทั่งบรรจุในกระป๋อง (แม้ว่าผักกระป๋องจะให้สารอาหารเทียบไม่ได้กับผักสด หรือแช่แข็ง แต่พวกมันก็ยังดีกว่าชีสเบอร์เกอร์) ผักแต่ละชนิดต่างก็มีคุณค่าทางโภชนาการแตกต่างกันไป ดังนั้น หยุดวิตกเรื่องที่คุณไม่ทานผักชนิดที่คนอื่นนิยมกัน คุณสามารถเลือกในสิ่งที่ชอบโดยไม่ต้องไปผูกติดอยู่กับใคร แต่สิ่งสำคัญสำหรับข้อนี้ก็คือ คุณต้องเป็นคนที่ชอบหรือกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ ๆ ค่ะ
เมนูสลัดแสนอร่อย
การนำผักหลาย ๆ ชนิดมาผสมผสานเป็นเมนูสลัด ไม่เพียงช่วยให้คุณได้รับสารอาหารที่หลากหลาย ตัวคุณเองยังไม่ต้องกล้ำกลืนทานแต่ผักชนิดใดชนิดหนึ่งด้วยค่ะ แต่การซื้อผักหลากหลายชนิดเพื่อทำเมนูสลัดสำหรับคน ๆ เดียวอาจจะดูยุ่งยากเกินไปสักหน่อย ถ้ายังไงลองหาซื้อสลัดที่ทำเป็นชุดสำเร็จรูปสำหรับทานคนเดียว หรือจะไปที่สลัดบาร์ตามศูนย์การค้า ที่สามารถเลือกผักแค่ในปริมาณที่เราจะทานค่ะ รู้จักดัดแปลงคุณไม่จำเป็นต้องทานแต่ผักดิบ ลองนำผักหลาย ๆ ชนิดมาดัดแปลงเป็นอาหารประเภทต่าง ๆ ดูบ้างค่ะ เช่น นำมาทานซุป สตูว์ หรือปรุงเป็นซอสราดสปาเกตตี้ เป็นต้น อาหารเหล่านี้ถึงจะมีผักหลายชนิดปนเปกันอยู่ แต่ก็ไม่สามารถแยกแยะรสชาติออกมาเป็นอย่าง ๆ ได้ หรือถ้าจำเป็นต้องทานผักชนิดเดียว ก็ลองให้ปรุงด้วยวิธีที่แตกต่างกัน เช่น ลวก ต้ม นึ่ง ผัด อบด้วยไมโครเวฟ ซึ่งจะให้รสชาติไม่ซ้ำซากจำเจคุณอาจจะซอยผักให้มีขนาดละเอียดขึ้นแทนที่จะต้องกินแบบชิ้นโต ๆ ที่เห็นทีไรหมดความรู้สึกเจริญอาหารทุกที หรือแม้แต่การนำผักและผลไม้มาแปลงเป็นน้ำผัก และผลไม้ก็เป็นความคิดที่ไม่เลวค่ะ เสริมด้วยผลไม้บ้างแม้ว่าผลไม้จะมีคุณค่าทางสาารอาหารที่พอจะทดแทนผักได้บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ฉะนั้น อย่าเลือกทานแต่ผลไม้โดยหลีกเลี่ยงไม่ทานผักเลย จริง ๆ แล้วอัตราส่วนผักกับผลไม้ที่แนะนำให้ทานต่อวันเท่ากับ 4:3 แถมผักยังมีสารอาหารและส่วนประกอบหลายอย่าง ที่คุณไม่สามารถหาทดแทนได้จากอย่างอื่นด้วยค่ะ
เติมคุณค่าด้วยอาหารเสริม
คุณอาจทานผักที่ถูกแปรมาในรูปของอาหารเสริมชนิดเม็ด หรือจะเป็นพวกวิตามินเสริมต่าง ๆ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหาร แต่จำไว้ว่าอาหารเสริมเหล่านี้ เทียบไม่ได้กับการรับประทานผักตามธรรมชาติค่ะ